Ep.2
~ Turkey Trip ~

~ 3 - 19 April 2015 ~

++ ความเดิมจากตอนที่แล้ว กลับไปดูได้ที่...Ep.1 ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=575

Day 1 : 3-Apr-15 ~ เริ่มต้นการเดินทาง ~
Day 2 : 4-Apr-15~ วันแห่งการโบยบิน ~
Day 3 : 5-Apr-15 ~ นั่งรถไฟ ไปเซลจุก ~
Day 4 : 6-Apr-15 ~ เอเฟซุส ในวันฝนพรำ ~
*****
++ ส่วนในรีวิวที่สองนี้ เราจะพาไปชมเมืองที่ผู้คนนิยมไปกันอันดับต้นๆ และเป็นที่รู้จักอันดับต้นๆ แถมยังมีกิจกรรมให้ทำมากที่สุดเช่นกัน และยังเป็นอีกแรงผลักดัน ทีทำให้เราเลือกเดินทางมาชมเสน่ห์ของมันด้วยตัวเอง จะสวยแค่ไหนลองไปดูกันเลยค่ะ
*****


Day 5 : 7-Apr-15
~ slow life..ใช้ชีวิตช้าๆ ที่ปามุคคาเล่ ~

วันนี้เราเดินทางมาปามุคคาเล่ ด้วยรถบัสที่เราจัดการซื้อตั๋ว + Day tour ไว้กับเกสเฮ้าส์เมื่อวาน 110tr ต่อคน ออกจากเกสเฮ้าส์ตอน 8.30 นั่งรถไปก็ไม่ได้หลับ ชมวิวข้างทาง ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อย เม้ามอย หอยสังข์

เมืองที่นี่สะอาดดี เป็นระเบียบวินัย
++

นั่งสักพักใหญ่ๆ เราก็มาถึง ปามุคคาเล่ แค่ด้านนอกก็เริ่มน่าสนใจละอะ

เมืองปามุคคาเล่ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ห่างจากเดนิซลีไปทางตอนเหนือราว 19 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของลานแคลเซียม กว้าง 300 เมตร ยาว 2,600 เมตร เป็นที่ตั้งของนครโบราณ เฮียราโปลิส และบ่อน้ำแร่ในอดีตเคยเป็นสระน้ำร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ประกอบด้วยกินปูนและเกลือแร่ ไหลเป็นน้ำตกจากที่สูง100 เมตรลงสู่พื้น สายน้ำที่ถูกอากาศเย็นตัวลงทำให้แคลเซียมตกตะกอน เกิดเป็นอ่างแคลเซียมธรรมชาติ ขนาดมหึมา เรียกว่า ปามุกคาเล ในยุคโรมันสถานที่แห่งนี้เป็นเมืองตากอากาศที่สวยงาม
++

แล้วไกด์ก็ไปซื้อตั๋วเข้าชม เมืองโบราณ Hierapolis ระหว่างรอก็ไปยืนฟังไกด์ของชาวบ้านเค้า พูดถึงสถานที่นี้

นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากเท่าไร ไม่ต้องรอนาน ที่นี่แดดดีมาก ฟ้าใส ทำให้ถ่ายรูปออกมาได้สวยกว่าเซลจุก

เข้ามาด้านใน ไกด์ก็อธิบายประวัติความเป็นมา เราฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง ถ่ายรูปไป เม้ามอยไป

เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโปลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุกคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุกคาเล โรงอาบน้ำโรมันซากโบสถ์สมัย ไบแซนไทน์ และ ฐานวิหารอะพอลโล โรงมหรสพโรมัน เป็นต้น
++
++

+++
++

ป้ายบอกทางเก๋ๆ

ชอบภาพนี้มากเลย มันให้อารมณ์เหมือนเราเป็นตัวละครใน Hobbit อะไรแบบนั้น ยืนดูละก็ชวนจินตนาการไปเรื่อย
จินตนาการกับมโน ไม่เหมือนกันนะ มันเป็นความมีสาระ vs กับความไร้สาระ เราว่าเรามีสาระ เลยเลือกใช้คำว่า จินตนาการ 555+
++

เวลาที่เจอตัวหนังสือตัวใหญ่ตามกำแพงนี่มันดึงดูดจริงๆ คือมันเก๋อะ อยากทำผนังบ้านให้เป็นแบบนั้น

สวนหย่อม อันที่จริงมันก็ไม่ได้หย่อมนะ ออกจะใหญ่มากด้วยซ้ำ ทำไมไม่เรียกกันสวนใหญ่ ทำไมต้องเป็นสวนหย่อม แต่สวนเค้าสวยจริงๆ

แล้วเราก็มุ่งหน้าไปดูสระน้ำที่แยกออกมาจากของจริง เพื่อความสะดวกสบาย ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำเหมือนกัน

ราคาแพงเอาเรื่อง เราว่าไปนอนตากแดดเล่นด้านนอกดีกว่าอะ ฟรีด้วย

เข้ามาก็ตะลึงเล็กน้อย ถึงปานกลาง เพราะว่าน้ำสีสวยมากๆ เห็นแล้วอยากกระโจนลงไปเลยทีเดียว

เท่าที่สังเกตุ คนเล่นน้ำส่วนมากจะเป็นฝั่งแก่แล้ว เนื่องจากว่า....สาระด้านล่าง

ยิ่งน้ำแร่ร้อนที่นี่โด่งดังเรื่องการรักษาโรคต่างๆตามที่ กล่าวไว้ข้างต้น ก็ยิ่งทำให้มีคนเดินทางมาลงอ่างธรรมชาติ แช่ตัว เล่นน้ำ กันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ปามุคคาเล่บอบช้ำถึงขนาดทางการต้องห้ามมิให้นักท่องเที่ยวลงไปแช่น้ำ เล่นน้ำในแอ่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากไม่ต้องการให้ปามุคคาเล่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ แต่กระนั้นทางการตุรกีก็ไม่ต้องการให้บรรยากาศทางการท่อง เที่ยวเสียไป จึงได้ทำการสร้างแอ่งน้ำขึ้นมาแล้วปล่อยน้ำแร่จริงใส่ เกิดเป็นแอ่งน้ำเทียมเสมือนจริง เพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่าย เล่นน้ำและแช่น้ำแร่ได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งหากไม่สังเกตจะดูไม่ออกว่าเป็นของเทียม เพราะทางการตุรกีเขาสร้างได้กลมกลืนและแนบเนียน ส่วนแอ่งน้ำแร่ธรรมชาติก็ปล่อยไว้ให้เป็นธรรมชาติ และยังมีบริเวรที่กั้นไว้เป็นจุดถ่ายรูปอันเป็นอนุสรณ์ของดาบ 2 คมทางการท่องเที่ยวแห่งปามุคคาเล่

เราคิดว่าเค้ามีโรคมากมาย เลยต้องการมาบำบัดในอีกทางนึง

เดินดูสระพักนึง เราก็ตัดสินใจไปชมปามุคคาเล่ของจริงกันสักที ระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำ เราก็เจอกับป้ายนี้เข้า ฮา คิดว่าจะมีแต่คนไทยที่มือบอน ชอบเขียนตามกำแพง นู่น นี่ นั่นไปทั่ว นี่คนแถวนี้ก็เป็น 555+ เกล้าจุกให้นางด้วย กระชากวัยเลยทีเดียว

ตอนนี้เราแยกกันกับไกด์และเพื่อนร่วมทางที่มาด้วยแล้ว ได้เวลาต่างคนต่างไปใช้ชีวิตกันเอง

และแล้วเราก็เข้าสู่ ตะลึงโมเม้นท์ อีกครั้ง ธรรมชาติมันช่างน่ามหัศจรรย์ใจจริงๆ ขาวโพลนไปทั้งลาน


คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” pamuk หมายถึง cotton และ kale หมายถึง castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหล ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพสิลได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

มีบ่อน้ำด้านล่างอีก สวยงามจริงๆ ในที่สุดเราก็มาเหยียบตรงนี้จนได้ ฟินสุดๆ รอบที่สอง

และยังมีบ่อน้ำตามธรรมชาติมากมาย

สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างมากคือ หน้าผาที่ขาวที่กว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครง และน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆ หรือ ปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างมหัศจรรย์ภายใน 2-3 วัน น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต

เนื้อหินปูนละเอียกม๊ากกกก เหยียบลงไปนี่ฟุ้งกระจาย

แล้วดูน้ำสิ สีฟ้าสดใส ราวกับคริสตัล สะท้อนแสงแดดเป็นประกายยิบระยับ โอววว หลงไหล แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอามันมาลองชิม ก็แปร่งๆ บอกไม่ถูก

เดินเล่นไป ถ่ายรูปไป ก็มาเจอแก๊งค์ลูกอ๊อด เราไม่รู้หรอกว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่หน้าตามันคือลูกอ๊อดชัดๆ มันก็อยู่ได้เนอะ

มีนางแบบมายืนถ่ายรูป อันที่จริงถ้านางหันหน้ามา อาจจะเหมือนเทพีกรีก-โรมัน อะไรแบบนั้น แต่นี่นางหันหลัง เลยดูหลอนๆ เหมือนภาพถ่ายติดวิญญาณกันไป 555+

นี่อยากมีอารมณ์แบบ ถ่ายรูปหันหลังพร้อมกับธรรมชาติขนาดมุมกว้างเก๋ๆ แต่ดันมีอีกระเป๋าก้อนนั้น โดดเด่นกว่าเราอีก จบเลยความอาร์ท

ได้โอกาสตอนที่ไร้ผู้คน แช๊ะนึงก็ได้รูปธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีสิ่งมีชีวิตแทรกแซง

นี่เราพาน้องหมีน้อยไปเที่ยวด้วยนะ เอาน้องมาแอบถ่ายตอนไร้ผู้คน กลัวคนเห็นหมี

แต่น้องหมีติดใจ เลยขอถ่ายอีกรูป คือมุมนี้นี่สวยกว่าถ่ายให้คนอีกอะ เห็นแล้วอิจฉาหมีเลย

สงสัยอากาศมันจะร้อน อันที่จริงลมค่อนข้างแรง ออกจะหนาวเย็นด้วยซ้ำ แต่แดดออก เลยทำให้เรารู้สึกอุ่น ด้วยอากาศที่มันงงๆ ร้อนๆ หนาวๆ เราก็เลยเพี้ยนไปชั่วขณะนึง

เห็นความใสของน้ำมั้ย ใจจริงอยากจะเอาหน้าไปแนบแทนมือ แต่มันก็ดูออกจะจิตๆ ไปหน่อย

ขาวโพลนทั้งลาน

หลังจากสนุกสนาน เพลิดเพลิน เดินตากแดดตัวดำ ถ่ายรูปกันสักพักใหญ่ เราก็ขอพักเบรคก่อน เอาตัวเข้าไปอยู่ในที่ร่มกันบ้าง ก่อนที่จะเพี้ยนมากไปกว่านี้ 555+ ไปเดินชมพิพิธภัณฑ์กัน น่าจะดี

ค่าเข้าเพียงคนละ 5tr

ด้านในก็มีซากของเทพเจ้ากรีก-โรมัน สมัยก่อนมากมาย ที่ยังหลงเหลืออยู่ พร้อมกับอธิบายความเป็นมาคร่าวๆ เอาไว้
++
++
++

ดูไปก็ชวนมโนไป ตอนนี้เริ่มเป็นมโน เนื่องจากเราเกิดไม่ทันในยุคของพวกเค้าเหล่านั้น ใจเราแค่อยากรู้ว่าในสมัยก่อนนั้น ท่านพวกนี้เค้าดำเนินชีวิตกันยังไง ในหนังก็สร้างจากจินตนาการ แต่ในความเป็นจริง มันมีจริงมั้ย เสียดายไม่มีโอกาศได้เกิดเป็นพวกเทพเจ้ากรีกบ้าง จะได้เหาะได้ บินไปไหนก็ได้ทั่วจักรวาลแบบซุส ดำน้ำลงใต้มหาสมุทรแบบโพไซดอน มโนๆๆ
++

อันนี้ออกมาอีกด้านนึงของพิพิธภัณฑ์
++

โซนนี้เป็นพวกข้าวของเครื่องใช้ที่เค้าขุดเจอ

เราถ่ายรูปมาไม่มาก


หลังจากไปหาอะไรกินรองท้องก่อนจะกลับ เราก็ไปเจอกันที่จุดนัดพบ ที่เราได้นัดกับครอบครัวนึงเอาไว้ ที่เค้ากำลังจะเดินทางไป Cappadocia เหมือนกันในคืนนี้ เค้าเป็นคนแขก แต่เราจำชื่อประเทศไม่ได้นะ เราะไม่คุ้นหูเลย คนภรรยานิสัยดี น่ารักมาก ส่วนคนสามีไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร เค้าพูดภาษาตุรกีได้ด้วย เพราะเคยมาเรียนอยู่หลายปี มากับลูกสาว แล้วก็หลานชายอีกคน ฉลาดช่างเจรจามาก เด็กอะไร แล้วเราก็เดินลงจากปามุคคาเล่ไปสถานีรถบัสด้วยกัน ลืมถ่ายรูปเค้ามาอะ

ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืด ปามุคคาเล่เริ่มเปลี่ยนไป ให้ความรู้สึกคนละแบบกับตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง
++

ฟ้าเริ่มมืดดำ อึมครึม

ที่สำคัญลมแรงมาก นี่แทบจะปลิวตกผาอยู่แล้ว เพราะเป็นคนตัวแบน เบา บางสบายมาก

แล้วก็หนาวมากกกกกกกด้วย

ภาพตอนนี้ก็สวยไปอีกแบบ

อันนี้ภาพทิ้งท้าย ไม่อยากจากไปเลย สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใบนี้

แล้วเราก็เดินลงมาถึงด้านล่าง สิ้นสุดการดื่มด่ำ กับ slow life..ใช้ชีวิตช้าๆ ที่ปามุคาเล่

ถ่ายรูปครอบครัวนั้นมาได้แต่ด้านหลัง ลืมเอะใจขอถ่ายด้านหน้า

แล้วเราก็แยกทางกันไปคนละสถานี ลาก่อนมิตรภาพดีๆ ระหว่างการเดินทาง
มาที่นี่เราใช้บริการแต่รถบัสของเมโทร

ได้มาแล้วตั๋วไปคาปาโดเกีย 50tr ต่อคน คืนนี้เราจะนอนกันบนรถบัสแล้วไปเช้าที่นู่นค่ะ

เมืองนี้ก็ดูสงบดีนะ แต่เท่าที่เห็นคนส่วนมากจะเป็นผู้ชาย ไม่รู้ผู้หญิงหายไปไหนกัน

เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง ก็เหนื่อยนะ แต่ความอยากผจญภัยมันมีมากกว่า
มันต้องขึ้นบัสเล็กก่อน 3tr แล้วถึงไปเมโทรขึ้นบัสใหญ่ อยู่บนรถแล้วก็มีเครื่องดื่มบริการ มีทีวีให้ดู แต่พวกเรา นอนนน

ตื่นมาตอนถึงจุดพักรถ มีพวกตู้เกมส์ด้วย มีร้านของฝาก

แล้วรถก็ออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่คัปปาโดเกีย รีวิวนี้ขอจบเท่านี้ก่อนนะคะ เจอกันอีกทีเร็วๆ นี้ค่ะ

Ep.1 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=575

***

Ep.3 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=591

Ep.4 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=619

Ep.5 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=688

Ep.6 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=815

Ep.6 ที่ Bursa และ Istanbul ก่อนจะบินกลับเมืองไทย
***

ยังมีเรื่องราวที่น่าประทับใจอีกมากมาย ยังไงก็เข้ามาติดตามอ่านกันได้นะคะ
มีอะไรแนะนำติชมกันได้ค่ะ
^^

เพจเราเอง เอาไว้แชร์ประสบการณ์การเดินทาง และเรื่องราวอื่นๆที่เกี่ยวข้องค่ะ
Travel Mania
https://www.facebook.com/pages/Travel-Mania/818368354884181





5 Comment

  1. Login First

    Comment

Same from Nizaa 's share

  • 7
  • 6
  • 3394
  • 2
  • 5
  • 2566
  • 6
  • 6
  • 3233
  • 0
  • 1
  • 2728
  • 0
  • 2
  • 3420
  • 0
  • 1
  • 1621
  • 0
  • 4
  • 4523
  • 0
  • 3
  • 1736
  • 1
  • 3
  • 2082
  • 1
  • 2
  • 3799
  • 1
  • 3
  • 2448
  • 0
  • 1
  • 2325
  • 1
  • 1
  • 2067
  • 0
  • 0
  • 2647
  • 0
  • 2
  • 2029
  • 2
  • 2
  • 2539
  • 0
  • 5
  • 2251
  • 2
  • 2
  • 2370
  • 4
  • 7
  • 2905
  • 0
  • 1
  • 1104
  • 0
  • 2
  • 908

Keyboard Shortcuts: L OR F like

กลับสู่ด้านบน