Ep.4
~ Turkey Trip ~
~ 3 - 19 April 2015 ~


++ ความเดิมจากตอนที่แล้ว กลับไปดูได้ที่...Ep.3 ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=591

Day 1 : 3-Apr-15 ~ เริ่มต้นการเดินทาง ~
Day 2 : 4-Apr-15~ วันแห่งการโบยบิน ~
Day 3 : 5-Apr-15 ~ นั่งรถไฟ ไปเซลจุก ~
Day 4 : 6-Apr-15 ~ เอเฟซุส ในวันฝนพรำ ~
Day 5 : 7-Apr-15 ~ slow life..ใช้ชีวิตช้าๆ ที่ปามุคคาเล่ ~
Day 6 : 8-Apr-15 ~ Hello คัปปาโดเกีย ~
Day 7 : 9-Apr-15 ~ มิตรภาพใหม่ ~
Day 8 : 10-Apr-15 (Part I) ~ ลอยอยู่บนฟ้า ~

*****
รีวิวที่สี่ละจ้า หลังจากห่างหายจากหน้าจอไปนานมากกก เพราะกิจกรรมเยอะจริงๆ ช่วงนี้
รีวิวนี้เราไปต่อที่เมืองอามาสยา (Amasya) เมืองนี้อยู่ไม่ไลจากทะเลดำมากนัก เป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวหน้าอย่างเราๆ ไม่ค่อยนิยมไป ก็ไม่รู้เพราะเหตุผลใด แต่เมืองนี้ช่างมีสเน่ห์ และสวยงามมากอีกเมืองนึงเลยทีเดียว
*****


Day 8 : 10-Apr-15
(Part II)
~ ออกเดินทางอีกครั้ง ~

หลังขึ้นบอลลูนเสร็จเราก็กลับโรงแรมเพื่อกินอาหารเช้า เตรียมตัวเก็บของ วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มีโอกาสสัมผัสหิมะ ในปริมาณมากพอควร ตื่นเต้นยิ่งกว่าอะไร ไม่ต้องไปไกลถึง Malatya อย่างที่ตั้งใจไว้ก็ได้เจอแล้ว หลังจากสนุกสนานเพลิดเพลิน กับหิมะอยู่พักใหญ่ พวกเราก็เช็คเอ้าท์แล้วไปนั่งรอรถที่ล็อบบี้โรงแรม และวางแผนการเดินทางในวันต่อๆ ไป คุยไปปลี่ยนไป เลือกหาเมืองที่น่าสนใจที่สุด และคุ้มค่ากับการเดินทางไป เราถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคนของโรงแรม ตามเวบไซด์ Triposo แอพที่โหลดมา หาไปเรื่อย ก็แพลนไม่มีนี่เนอะ ก็ต้องหาเยอะเอาในเวลาว่างๆ แบบนี้ 555+

เราออกจากคัปปาโดเกียเที่ยงตรง ด้วยรถบัสคันน้อย (20tr) เพื่อไปต่อรถบัสคันใหญ่ (45tr) ที่ Kaysei เส้นทางระหว่างไปนี่ก็ชวนฝันแล้ว แค่นี้ก็ทำให้เราตื่นเต้นได้ละอะ

นั่งเกือบๆ ชั่วโมง เราก็มาถึงสถานีรถบัส ซื้อตั๋วเสร็จก็นั่งรอเวลารถบัสออก ตอน บ่ายสองครึ่ง
วันนี้เราวางแผนพลาดไปหน่อย เพราะเราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอยู่บนรถบัสนานขนาดนี้ ไม่งั้นคงจะจองรอบมืดๆ เพื่อไปให้ถึงอามาสยา ในตอนเช้าตรู่ วันนี้ตลอดทั้งบ่ายจนมืดเราจึงต้องดำรงชีวิตอยู่แต่บนรถบัส

ช่วงแรกๆ ระหว่างทางก็มีอะไรให้เราดูไปเรื่อยเปื่อย ไม่เบื่อ เราก็ถ่ายรูปตลอดเวลา เขียนบันทึกบ้าง เล่นกับเพื่อนบ้าง

บางช่วงบนเส้นทางไม่มีหิมะ

บางช่วงหิมะก็ขาวโพลน แปลกดีสภาพอากาศที่นี่

นี่เป็นสภาพภายในรถบัส มีผู้คนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอดการเดินทาง มีเพียงแค่เราสองคนที่นั่งไปไกล จนมืดค่ำ
อย่างที่เล่าไปตอนแรกๆ เราใช้บริการแต่ Metro ทำให้รู้สึกคุ้นชินกับการบริการ และสไตล์การขนส่งของเจ้านี้
คือจอดตลอดทุกสถานีจริงๆ แต่ดีนะที่จอดไม่นาน เพราะการจัดการเค้าค่อนข้างดี มีการ booking แบบเป๊ะๆ ไม่ใช่ว่าขึ้นๆ ลงๆ กันแล้วใครจะนั่งตรงไหนก็ได้ ทุกคนมีที่นั่ง ไม่ว่าคนจะขึ้นลงกันกี่สถานีก็ตาม

เราถึงอามาสยาทุ่มกว่าๆ ได้ เราก็นั่งแท็กซี่จากท่ารถบัส เข้าเมือง ไปแหล่งที่มีโรงแรมมากที่สุด โดยดูจาก แอพ Triposo เจ้าประจำ
เราเลือกโรงแรมนึง แต่พอไปถึงดันเต็ม เซ็งมาก เพราะเหนื่อยและดึกแล้ว แต่เด็กที่ดูแลอยู่ก็ช่วยเราหาโรงแรมที่เป็นของเพื่อนเค้า ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้ก็ตาม เช่นเดิม เราคุยกันด้วย google translate
ที่นี่มีน้องหมาหน้าตาน่ารัก เหมือนตุ๊กตาเลยอะ อยากได้กลับบ้านมั่งจัง

รอสักพักใหญ่ๆ ก็มีคนเดินมารับพวกเราเพื่อไปอีกโรงแรมนึง แล้วคืนนี้เราก็พักที่นี่ ในราคา (70tr)
ด้านบนของโรงแรมนี้เป็นผับ ห้องอาหาร ระหว่างทางที่เดินมาโรงแรมก็มีแก๊งค์ boy band สี่คนเดินนำหน้าพวกเรามาผับที่นี่ ตัวนี่หอมฟุ้งเลยทีเดียว ใครว่าแขกขาวที่นี่ตัวเหม็น คิดผิดถนัด นั่นเป็นส่วนน้อยมากๆ แต่ส่วนใหญ่ที่พวกเราเจอคือ น้ำหอมฟุ้งไป แปดกิโล 555+

เด็กเฝ้าโรงแรมที่นี่เป็นคู่หูดูโอ้ คนนึงตัวเตี้ยเหมือนจัสติน บีเบอร์ อีกคนตัวสูงคล้ายพวกเด็กที่เล่นหลังแวมไพร์ไรงี้ แหม่ จรรโลงตาจริงๆ ปัญหาคือไม่มีคนพูดภาษาอังกฤษได้เลย 555+ ที่นี่เลวร้ายยิ่งกว่าเมืองไหนๆ ที่ผ่านมา แต่พวกเราก็ชินละล่ะ

แล้วน้องๆ เค้าก็พาพวกเราขึ้นมาบนห้อง สภาพภายใน กว้างขวางมากๆ ฟินกันเลยทีเดียว

อยู่กันสองคน แต่มีสามเตียงนอน สบายละทีนี้ มีพื้นที่วิ่งเล่นละ

พอเก็บข้าวของเสร็จ เราก็พากันออกไปหาอะไรกิน ร้านปิดจนหมดแล้ว เหลือก็แต่ McDonald's พวกเราเลยซื้อขึ้นมากินบนห้องเพราะร้านเค้ากลังจะปิด ก่นขึ้นห้องก็เดินเล่นชมเมืองรอบๆ โรงแรม พอเป็นกระสัย

แค่ตอนกลางคืนก็เห็นถึงความสวยงามละอะ สะอาดตา และโรแมนติก มากๆ แอบดราม่าแวบนึงที่ไม่มีคนรักไว้สวีทด้วย

นี่ตั้งอยู่หน้าโรงแรมเลย

มุมนี้ก็สวยมากๆ ตราตรึงใจเราจริงๆ 555+

นี้ถ่ายจากอีกด้าน ยังพอมีคนเดินอยู่บ้าง

เค้าทำดีนะ ไฟมันเปลี่ยนสีได้ด้วย

แถมเป็นสีโปรดเรา พลาดไม่ได้เลยที่จะยืนดื่มด่ำ 555+

อยู่ได้ไม่นานเราก็ต้องรีบกลับโรงแรม เพราะอากาศมันหนาวเย็นมากก วันนี้ทั้งวันเราได้อะไรไม่มาก เพราะเสียเวลาไปกับการเดินทางบนรถบัสทั้งวัน คืนนี้เราก็นอนหลับด้วยความเหนื่อยล้า


Day 9 : 11-Apr-15
~ อามาสยา เมืองแห่งขุนเขา ~

ตื่นเช้ามาเจอวิวนี้ จากหน้าต่างโรงแรม พระเจ้า!! มันเป็นอะไรที่ประทับใจที่สุดในสามโลก ไม่อยากจะเชื่อว่าที่พักราคาหลักพันต้นๆ ของพวกเรา จะได้เห็นวิวขั้นเทพ ขนาดนี้ กลางคืนว่าสวยแล้ว กลางวันสวยยิ่งกว่า แล้วเราก็ไปนั่งกินอาหารที่ชั้นบนด้วยความฟินกันต่อ

วันนี้แผนของพวกเราคือเดินชมเมือง และขึ้นไปที่จุดสูงสุดของเมืองเพื่อชื่นชมความงาม

เป้าหมายอยู่ที่ภูเขาลูกนั้น ใกล้ๆ โรงแรมเรานี่เอง อันที่จริงเมืองนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก ถ้าเทียบกับปริมาณจุดท่องเที่ยวที่มี

ตลอดข้างทางมีแม่น้ำสายนี้ไหลผ่าน กว้างและไหลเชี่ยวมากๆ

มันสวยจริงๆ อะ วิวแบบนี้ ด้านบนลิบๆ นั่นเป็นธงที่ปักอยู่บนปราสาท Citadel แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไปถึงนั่นเพราะต้องนั่งแท็กซี่ไป ระยะทางราวๆ 4 กิโลได้ จากที่ถามเด็กเสริฟในร้านอาหารมา

เดินไม่ไกลจากโรงแรม เกือบๆ กิโล ได้มั้งพวกเราก็ถึงสถานที่ที่ให้ขึ้นไปชมวิวเมืองได้ เสียค่าเข้าแค่คนละ 5tr ก็ได้ฟินกับบรรยากาศมุมสูงนี้

อยู่บนนั้นสักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปแล้ว ถ่ายอีก พวกเราก็ลงมาซื้อของที่ระลึกด้านล่าง ทางเข้า

แล้วเราก็ออกมาเดินเล่นชมเมืองกันต่อ

เนื่องจากเพื่อนเรามีอาการปวดท้องกำเริบ จากโรคประจำตัว ทำให้เราจำต้องกลับที่พักก่อน เราหลับไปงีบนึง แต่เพื่อนยังไม่หาย เราเลยลงมาเดินชมเมืองต่ออีกรอบคนเดียว ผ่านจัตุรัส

เดินเรื่อยเปื่อย คนที่นี่ส่วนมากจะเดิน หนาวแค่ไหน ลมแรงแค่ไหนก็ยังเดินกันเต็มไปหมด

อีกด้านนึงของแม่น้ำ ก็จะเป็นตึกรามบ้านช่อง ร้านขายของ และเป็นแหล่งชุมชน
อาคารที่นี่ก็ออกแนวหินๆ แบบนี้เยอะ
สวยงาม สะอาดตาดีจริงๆ ตึกที่มีพื้นหลังเป็นภูเขา หาดูยากนะ

เราแวะเข้าไปถ่ายรูป ที่นี่กำลังมีงานศพพอดี ทีแรกก็งงทำไมคนเยอะขนาดนี้ สักพักก็เห็นคนต่อแถวยาว แล้วยกโลงศพขึ้นบนหัวแล้วก็ส่งต่อกันในแถวไปเรื่อยๆ ทุกคนเป็นผู้ชายหมด พิธีกรรมเค้าก็แปลกดี เราถ่ายรูปมาด้วย แต่ไม่เอาลงน่าจะดีกว่า เพื่อเป็นการให้เกียรติคนเสียชีวิต

เราเดินไปเรื่อยๆ จนเหมือนจะสุดถนนเส้นติดแม่น้ำ สภาพของเมืองก็เริ่มจะเปลี่ยนไป ในทางที่พลุกพล่านมากขึ้น ที่ฝั่งถนนด้านตรงข้ามนั้น เหมือนจะเป็นเมืองใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่นาน ความเจริญไม่สามารถดึงดูดใจเรามากพอให้ไปต่อ เราจึงเดินกลับไปชมความงามตามธรรมชาติ

ตรงนี้เป็นสวนสาธารณะที่มีผู้คนทุกเพศ ทุกวัย

มาเดินเล่นบ้าง นั่งเล่นบ้าง บางคนก็มานั่งดูแม่น้ำคนเดียว บางคนมากับเพื่อนๆ มีคู่รักบ้าง มีครอบครัวบ้าง ดูแล้วก็เพลินดี คิดไปเรื่อยเปื่อยเค้าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรกัน 555+

อันนี้เดินลงมาถ่ายรูปด้านในสวนสาธารณะ แต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ก็บ้านเราไม่มีนี่เนอะ เลยถ่ายมันหมด

ดูรูปปั้นนี้ ก็ชวนจินตนาการไปถึงหนังกรีก-โรมัน ชอบจริงๆ

อันนี้จำชื่อไม่ได้ว่าเป็นใครมั่งอะ

แค่เสาต้นนี้ก็เก๋แล้วสำหรับเรา

แม้กระทั่งเก้าอี้ ยังมีความเก๋ในตัวมัน

เดินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีแดดบ้าง พอให้ร่างกายอบอุ่น

วิวนี้มันสวยจนต้องถ่ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนที่เราจะกลับขึ้นห้อง

สวย

ก่อนกลับโรงแรมเราก็ไปเข้า supermarket ซื้อน้ำ นม ขนม ผลไม้ตุนไปกินบนห้อง
วันนี้เราไม่ได้ไปไหนแล้ว เวลาที่เหลือตลอดทั้งช่วงเย็นจนมืดเราก็อยู่แต่บนห้องพัก เพราะเพื่อนอาการเริ่มหนักขึ้น อ้วกตลอดเวลาจนเราคิดว่าอาจจะต้องพากันไปโรงพยาบาลซะแล้ว นางนอกแล้วก็อ้วกอยู่แบบนี้ ทั้งน่าสงสารและน่ากลัว แต่สุดท้ายนางก็อดทนจนก็ผ่านคืนนี้ไปได้
ที่คัปปาโดเกียเราได้เพื่อนใหม่มาคนนึง ตอนที่เราเล่าให้ฟังว่าเพื่อนเราอาการเริ่มหนัก เป็นอะไร ยังไงบ้าง เค้าก็ดีมาก โทเข้าโรงแรมแล้วเล่าให้พนักงานที่ล็อบบี้ฟังว่าสถานการณ์เป็นยังไง แล้วก็บอกเราว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือเมื่อไร ให้บอกโรงแรมได้เลย เดี๋ยวเค้าจะช่วยพาไปโรงพยาบาลให้ อุ่นใจ และสบายใจนะ คนที่นี่มีน้ำใจกับนักท่องเที่ยวจริงๆ
+++

Day 10 : 12-Apr-15
~ เรื่อยๆ เปื่อยๆ ~

เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ให้คนที่โรงแรมช่วยพาไปหาร้านยา เค้าใจดีมาก พาเดินไปกี่ร้านๆ ก็ปิดหมด เค้าก็ยังตามหาไปเรื่อย เดินจนเหนื่อยสุดท้ายก็มาเจอร้านขายยานี้ คุยกันอยู่นานสองนาน เพราะหาคนพูดภาษาอังกฤษอยู่ สุดท้ายก็ได้ยามากิน
หลังจากซื้อยาเสร็จพวกเราก็พากันเดินช้อปปิ้ง ไม่วายจะเสียตังค์แม้จะเป็นเมืองเล็กๆก็ตาม เสื้อผ้าที่นี่ถือว่าราคาไม่แพง เพลิดเพลินกันเลย
หลังจากช้อปปิ้งเสร็จสักพักใหญ่ พวกเราก็กลับโรงแรมเพื่อเอาของไปเก็บ แล้วพวกเราก็เจอคนตุรกีมีน้ำใจมากกกกกกก กลุ่มนึง จริงๆ เค้าเป็นเพื่อนกับคนที่ล็อบบี้นั่นแหละ แค่เราบอกว่าคืนนี้เราจะไป Karabuk เราจะต้องไปซื้อตั๋วที่ไหน ยังไง เท่านั้นแหละ ทุกคนกระตือรือร้นพาพวกเราเดินไปที่ขายตั๋วเลย ถึงเค้าจะไม่พูดอังกฤษ แต่ก็มีความมุ่งมั่นกันอย่างมากที่จะคุยกับพวกเรา น่ารักจริงๆ แถมหล่อด้วย ^^ พอไปถึงที่ขายตั๋วก็ยังช่วยเราคุยกับทุกคนในนั้น ถามหาเส้นทางว่าไปยังไง ขึ้นรถที่ไหน กี่โมง แถมยังโทหาคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เพื่อให้คุยกับพวกเรา หลังจากสื่อสารกันยังไงก็ยังงง 555+ สุดท้ายก็คุยกันรู้เรื่องนะ ได้ตั๋วมา มีคนบังกลาเทศ ที่พูดตุรกีได้ และพูดอังกฤษคล่องปรื๋อมาช่วยด้วยอีกคน เยี่ยม ซาบซึ้งจริงๆ

หลังได้ตั๋วมาเรียบร้อยก็กลับโรงแรมพักผ่อนนิดหน่อย ก่อนที่จะตัดสินใจออกมาเดินชมเมืองอีกครัง ก่อนไปจากที่นี่ รอบนี้เราเลือกเดินไปอีกฝั่งของเมือง ตรงข้ามกันกับฝั่งเมื่อวาน

ริมแม่น้ำเหมือนกันแต่เดินได้สองฝั่ง

ฝั่งนี้สภาพตึก บ้านช่องจะมีความเป็นเมืองมากขึ้น

สวยไปอีกแบบ

เจอก๊อกน้ำอีกละ แค่นี้ก็ทำซะสวยเลย ขนาดอยู่ตามข้างทาง

ระหว่างทางที่เราเดินไป มีโอกาสได้เจอรถแห่ขบวนงานแต่งพอดี เลยได้เก็บภาพไว้ เค้าแปลกตรงที่ตลอดเวลาที่รถวิ่งไปเป็นขบวนทุกคันจะบีบแตรเสียงดังตลอด คงเหมือนเป็นการแสดงความยินดีอะไรแบบนี้มั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น จะมีพวกเด็กขอทาน ยากจน ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน มาวิ่งตามขบวนรถด้วย ดูน่าอันตรายมาก
ท่าที่เห็นจะมีรถที่เปิดหน้าต่างไว้ แล้วด็กพวกนั้นก็จะวิ่งกรู้กันเข้าไปเกาะหน้าต่างเพื่อขออะไรสักอย่าง ในขณะที่รถยังวิ่ง อันตรายจริงๆ

ฝนเริ่มตกปรอยๆ อากาศเริ่มเย็น มีลมปะทะหน้า เราจึงตัดสินใจเดินกลับโรงแรม

เก็บภาพอีกนิดหน่อย

ทิ้งท้ายด้วยภาพสุดท้าย ที่เคยถ่ายไว้ตอนกลางคืนวันแรกที่มาถึง

หลังจากนั้นเราก็นั่งรอเวลาเพื่อขึ้นรถบัส ระหว่างรอพนักงานโรงแรมที่พาพวกเราไปหาซื้อยาก็เล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของตุรกีให้พวกเราฟัง แล้วพวกเราก็คุยกันอย่างสนุกสนานผ่าน google translate 555+ ประทับใจจริงๆ เมืองนี้

พวกเราออกเดินทางอีกครั้งไป Merzifon เมืองท่ารถ ที่เราจะไปต่อรถบัสเพื่อไป Karabuk ที่นั่นมี Safranbolu เมืองมรดกโลกอีกเมืองที่สวยมากๆ เราจะไปเขียนต่อเป็นรีวิวที่ ep.5
ค่ะ

***
Ep.1
http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=575

Ep.2 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=578

Ep.3 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=591

***


Ep.5 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=688

Ep.6 http://chillblog.chillpainai.com/index.php?c=detail&a=index&shareid=815
***

ยังมีเรื่องราวที่น่าประทับใจอีกมากมาย ยังไงก็เข้ามาติดตามอ่านกันได้นะคะ
มีอะไรแนะนำติชมกันได้ค่ะ
^^

เพจเราเอง เอาไว้แชร์ประสบการณ์การเดินทาง และเรื่องราวอื่นๆที่เกี่ยวข้องค่ะ
Travel Mania
https://www.facebook.com/pages/Travel-Mania/818368354884181





5 Comment

  1. Login First

    Comment

Same from Nizaa 's share

  • 0
  • 3
  • 176006
  • 0
  • 2
  • 56168
10
  • 0
  • 3
  • 355
44
  • 0
  • 1
  • 335
36
  • 0
  • 1
  • 402
9
  • 1
  • 2
  • 21601
52
  • 0
  • 2
  • 416
28
  • 0
  • 1
  • 366
92
  • 0
  • 1
  • 395
  • 1
  • 3
  • 191147
100
  • 0
  • 1
  • 388
Article
Elephant POOPOOPAPER Paper Park
Berrybee : Elephant POOPOOPAPER Park POOPOOPAPER Park เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและเรียนรู้การทำกระดาษจากมูลช้างตั้งอยู่ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผั…
  • 0
  • 0
  • 137
101
  • 0
  • 2
  • 677

Keyboard Shortcuts: L OR F like

กลับสู่ด้านบน