สวัสดีค่ะ ห่างหายจากเพื่อนๆชาวชิลด์ไปนาน กลับมาหนนี้ HappyLady Kugigg จะพาเพื่อนๆไปทัวร์ฮ่องกง-มาเก๊า ด้วยกันค่ะ การไปทัวร์หนนี้เป็นการไปฮ่องกงครั้งแรก แถมไปคนเดียวด้วย เลยตัดสินใจเลือกไปกับ Hongkong Smile Trip เพราะมีแจกซิมฟรี เอ้ย!!!ไม่ใช่ค่ะ เพราะ สโลแกนของเขาที่ว่า ฮ่องกงมาเก๊า เราชำนาญ” (รอดตัวไป ไม่ใช่คนงกเลยนะสาบานได้) ก่อนออกเดินทาง ก็มีการนัดพบแจกเอกสารที่จำเป็น มันสะดวกตรงที่เขาเตรียมทุกอย่างให้เราพร้อมเรามีหน้าที่ตรวจดูและเซ็นชื่อแค่นั้นเอง


ขอรวบรัดตัดตอนไปยังเกาะฮ่องกงเลยแล้วกันค่ะ (เรานั่ง A 380 ของ Emirates) ลงเครื่องปุ๊บก็ทุ่มนึงเห็นจะได้
จากนั้น ก็เข้าตม. รับกระเป๋า ตามสเต็ปแล้วก็ออกเดินทางโดยรถโค้ช เพื่อจะไปชมการแสดงมัลติมีเดีย
A symphony of Lights บริเวณอ่าววิคตอเรียพีค ซึ่งทำการแสดงทุกวันในเวลา20.00 น. (เวลาฮ่องกงเร็วกว่าบ้านเรา1 ชั่วโมง เราไม่ลืมที่จะปรับเวลาในนาฬิกาตัวเอง) แต่ด้วยนโยบายประหยัดไฟของฮ่องกง ทำให้แสงสีลดความเฟี้ยวฟ้าวลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ว่ากันค่ะ ทำเพื่อส่วนรวม


และบริเวณเดียวกัน เรียกกันว่า Avenue of Stars ที่มีรอยประทับมือซูเปอร์สตาร์ และรูปปั้น บรู๊ซลี นักแสดงที่ชาวฮ่องกงภาคภูมิใจ ยกให้เป็นฮีโร่เลยทีเดียว เราเองกว่าจะแหวกฝูงชนเพื่อให้ได้รูปมาก็เล็งอยู่นาน
เพราะมีคิวรอเสียบตลอด(ฮอตจริง อะไรจริง)

รอยพิมพ์มือของ Maggie Cheung หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในนาม "จาง ม่าน อวี้"

สองคืนแรกในฮ่องกงเราพักกันที่โรงแรม Stanford Mongkok Hotel เป็นโรงแรมประมาณ 3 ดาวครึ่งที่โอเคมากๆ เพราะ สงบ สะอาด และสะดวกเพราะใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ได้เข้าห้องปุ๊บเห็นเตียงแล้วอยากจะพุ่งตัวลงไปนอน แต่ช้าก่อน!!!ขอถ่ายรูปเป็นหลักฐานว่าสองคืนนี้ นอนที่นี่นะ


เตียงกว้าง หมอนใหญ่สะใจสุดๆ

สำรวจห้องน้ำ

มีน้ำแร่ให้ 2 ขวด กับกาแฟซอง

สำรวจพอสมควรแก่เวลา ก็ออกไปเดินเล่นเพลินๆแถวๆที่พัก ที่มีแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง LadyMarket เดินไปมา
ด้วยความตาลาย ไม่ใช่เพราะหิว แต่เป็นเพราะของเยอะมาก เรียกว่าบริเวณนั้นทั้งแถบมีแต่ของล่อตาล่อใจ



เจอตี๋ฮ่องกงแซว (หรือจริงๆพี่แกเขิน)


เดินอยู่พักใหญ่ ก็เริ่มง่วง และเจียมสังขารค่ะ ขอกลับที่พักไปอาบน้ำ แล้วนอนกางแขนกางขาเป็นปลาดาว เก็บแรงไว้สำหรับอีก 3 วันที่เหลือน่าจะดีกว่า

มาถึงเช้าวันที่สอง เอาเป็นว่า สำหรับเราแล้ว ไฮไลท์และเหตุผลจริงๆที่ทำให้อยากไปฮ่องกงอยู่ที่โปรแกรมวันที่ 2-3 ค่ะ หลังจากอิ่มกับติ่มซำมื้อเช้าแล้วเราทุกคนก็ออกเดินทางเพื่อไปนั่งกระเช้า NongPing 360


ข้อดีที่ชัดเจนของการมาทัวร์คือเราไม่ต้องเข้าคิวต่อแถวยาวๆเพราะทางสถานที่ได้จัดโซนเฉพาะกรุ๊ปทัวร์แยกไว้ต่างหาก ระหว่างทางของการนั่งกระเช้า เราก็ได้เห็นวิวแบบ360 องศาจริงๆค่ะ ลมเย็นสบาย
มองเห็นองค์พระใหญ่ Tian Tan อยู่ลิบๆ

แถวนักท่องเที่ยวต่อคิวรอขึ้นกระเช้า

ขาขึ้นนั่งกระเช้าแบบธรรมดาค่ะ

วิวระหว่างทาง สวยมาก และเมฆก็มากเช่นกัน

พอขึ้นมาถึงตรงนี้พลาดไม่ได้ที่จะขอพรกับองค์พระใหญ่ Tian Tan ไกด์ท้องถิ่นสอนวิธีขอพรว่าต้องไปยืนตรงจุดที่ซินแสได้กำหนดไว้ว่าเป็นจุดรับพลังจากองค์พระได้ดีที่สุดให้เราพูดขอพรสิ่งที่ต้องการ ให้ขอแต่สิ่งดีๆ แล้วเราจะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาซึ่งแปลว่า ท่านรับรู้และให้พรนั้นแก่เรา


ตอนที่ขอพรอยู่ข้างล่างตรงจุดที่กำหนดก็ว่ารู้สึกดีแล้วแต่ระหว่างที่เดินขึ้นบันได 286 ขั้น เพื่อขึ้นไปยังองค์พระใหญ่ Tian Tan แบบเต็มๆตา หันกลับมามองวิวข้างหลังเป็นระยะมันโล่งมาก มองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆเรายิ่งตื่นเต้น รู้สึกว่า แววตาท่านกำลังมองลงที่เราดูใจดี มีเมตตามากๆ



ไหว้พระขอพรกันแล้วยังมีเวลาเดินชิลด์ๆ รับประทานข้าวกลางวัน ก่อนที่จะนั่งกระเช้าลงมาแต่คราวนี้เป็นกระเช้าแบบพื้นกระจกใส มองเห็นผืนป่า และ แผ่นน้ำเบื้องล่าง ซึ่งจริงๆแล้วกระเช้าแบบใสจะราคาแพงกว่ากระเช้าธรรมดา
แบบที่นั่งมาขาขึ้น แต่ทาง Smile Trip ได้จัดการอัพเกรดให้กับกรุ๊ปเราเพื่อให้ได้นั่งทั้งสองแบบค่ะ
(แต่ไม่ได้เก็บเงินเพิ่มนะคะ) แบบว่ามาทั้งที ต้องขึ้นให้ครบและคุ้ม


ขาลงนั่งกระเช้าแบบกระจกใสค่ะ

มองเห็นทะลุปรุโปร่ง 360 องศา

ภารกิจภาคบ่ายเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาน้องๆหนูๆมากเป็นพิเศษเพราะทัวร์พาไปลุยฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กันค่ะ เราเองก็ถือว่าเป็นกำไรไปเพราะได้ดูขบวนพาเหรด 2 ขบวน คือตอนบ่าย กับตอนหัวค่ำ

ระหว่างนั้นก็เล่นเครื่องเล่นไป 2-3 อัน แวะสูดแอร์ตาม outlet ต่างๆ หลงไปตามดงเจ้าหญิงของดิสนีย์ก็เยอะอยู่ และยังได้ดูการจุดพลุไฟตอนค่ำอีกด้วย แต่ก็แอบพลาดการแสดง FrozenShow เพราะมัวแต่ต่อคิวเล่นเครื่องเล่นแบบลืมวัยไปชั่วขณะ เพราะฉะนั้นใครที่อยากพาลูกหลานมาดูโชว์นี้ต้องรีบมาค่ะเพราะมีถึงแค่เดือนสิงหาคมเท่านั้นค่ะ

เบ็ดเสร็จแล้วอยู่ในดิสนีย์แลนด์ตั้งแต่บ่าย2 ถึง 3 ทุ่มเรียกว่าอยู่ให้คุ้มค่าตั๋วกันเลยทีเดียว

มีคู่มือ+แผนที่เป็นภาษาไทยซะด้วย

ขวัญใจเด็กทุกยุค มิกกี้และมินนี่เมาส์

กรี๊ดดดดด เจ้าหญิงเอลซ่ากับเจ้าหญิงอันน่า (ความชอบส่วนตัวชัดๆ )

บางส่วนของขบวนพาเหรด (ภาพทั้งหมดรอชมได้ที่ www.facebook.com/happyladykugigg)




Toy Story Land

ดงเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เต็มใจหลงเข้ามา

เช้าวันที่สามของการไปทัวร์ฮ่องกง-มาเก๊าวันนี้เราเอาฤกษ์เอาชัยกับติ่มซำมื้อเช้า (อีกร้าน) ที่ลงมาเต็มโต๊ะจนไม่รู้จะกินอันไหนก่อน ไกด์ท้องถิ่นยังบอกอีกด้วยว่า บรรดาภัตตาคารเหล่านี้ ล้วนปลื้มปริ่มกับกรุ๊ปทัวร์มากเป็นพิเศษเพราะสั่งอาหารแบบจัดเต็ม มาเร็ว เคลมเร็ว ต่างจากชาวฮ่องกงที่มักจะไปหยำฉา หรือจิบชานั่นเอง ก็คือ สั่งขนมจีบหรือซาลาเปา มาเข่งสองเข่ง แล้วก็จิบชา ค่อยๆละเลียดคุยไป กินไป แบบไม่รีบร้อน ก็เป็นสไตล์การใช้ชีวิตแบบ Slow life ชนิดที่ไม่ต้องตามกระแสเพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่แล้ว








น้ำพริกรสเด็ดจากเมืองไทย อันนี้ทางทัวร์ Smile Trip จัดให้ทุกมื้อ


ไฮไลท์ของวันที่สามอยู่ที่การไปที่วัดแชกงหมิว หรือวัดกังหันลมซึ่งคนไทยหลายคนรู้จักกันดี ตอนไปถึงไกด์ก็พาพวกเราไปซื้อชุดไหว้ ซึ่งมีกระดาษ ธูปแล้วก็สอนว่าต้องทำยังไง คือให้เขียนเขียนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิดและสิ่งที่จะขอพรจากท่านลงไป จากนั้นเราก็หันหน้าออกเพื่อไหว้ฟ้าดิน แล้วก็หันกลับมาเพื่อไหว้ท่านแต่ละขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่มาคอยพูดนำให้เรา ก็บอกชื่อแซ่ของเรากับท่านไป พร้อมกับขอพรตามที่เขียนไว้


ไหว้ท่านด้านนอกแล้วก็เข้าไปขอพรกับท่านซึ่งๆหน้าอีกหน ขอบอกว่าองค์ท่านสูงใหญ่มากหน้าท่านออกจะดุๆหน่อยเพราะเป็นอดีตแม่ทัพใหญ่ รบทัพจับศึกมาชนะทุกแคว้นและทุกๆครั้งที่ออกรบท่านก็ใช้สัญลักษณ์รูปกังหัน4 ใบพัดติดไว้ด้านหน้ารถศึกนำขบวนในกองทัพ เหล่าทหารก็เชื่อกันว่าเมื่อพกพาสัญลักษณ์รูปกังหันนี้ไปออกรบ
หรือไปยังที่ใดๆกังหันนี้จะช่วยนำพาอำนาจบารมีและความเข้มแข็ง รวมทั้งความโชคดี มาให้แก่กองทัพ
และกำชัยชนะมาทุกครั้ง(มาถึงจุดๆนี้ อิชั้นอินตามที่ไกด์เล่ามากๆ เลือดรักชาติเดือดปุดๆ)


โอเคค่ะ คั่นโฆษณาด้วยการไปหมุนกังหันนำโชคกันดีกว่า การหมุนกังหันก็ไม่ใช่สักแต่ว่าจะไปหมุนๆไม่ได้ค่ะ เขามีวิธีหมุนนะคะ คือให้หมุน 3 ครั้งและตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งที่เราอยากได้ เชื่อกันว่า "กังหันนำโชค"จะหมุนแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต โดยมีวิธีการหมุน 2 แบบ คือ เริ่มจากมือซ้ายหมุนจากด้านซ้ายไปขวาหมุนตามเข็มนาฬิกาถ้าชีวิตในปีที่ผ่านมาไม่ดี แต่ถ้าใครที่ชีวิตดี๊ดีอยู่แล้วก็ให้หมุนกังหันกลับจากขวาไปซ้าย แล้วจากนั้นก็ไปตีกลอง ต้องตีดังๆด้วยนะคะ
เพื่อให้พรที่ขอนั้น สมปรารถนา เรียกว่าต้องเล่นใหญ่ให้สมจริง แล้วพรที่เราๆท่านๆขอจะสมปรารถนาค่ะ


แอบถามไกด์มาว่า กังหันแต่ละใบมีความหมายอะไรไหม(ที่ถามเพราะตั้งแต่เหยียบฮ่องกง ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะมีเรื่อง
เล่าขาน ตำนาน เรื่องของความเชื่อความศรัทธา และฮวงจุ้ยมากมาย) ก็ได้คำตอบมาตามนี้ค่ะว่า
กังหัน ใบที่ 1. หมายถึง เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัย
ใบที่ 2. สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
ใบที่ 3. โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา
ใบที่ 4. คิดหวังสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการ


คนฮ่องกงมีระเบียบมากๆ ดังนั้นนักท่องเที่ยวต้องเข้าคิวทำทุกอย่าง

หมุนกังหันแล้วต้องมาตีกลอง 3 ครั้ง ตีให้ดังๆๆๆๆ

ดูกันเต็มๆตา ว่าองค์แชกงท่านสูงใหญ่ แววตามุ่งมั่นมากๆ

จากวัดแชกงหมิว เราก็ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ริมอ่าวรีพัลส์เบย์กันต่อ หลายท่านนิยมมาไหว้ขอลูกกันเป็นจำนวนมากไหว้ขอลูกไม่พอ มีเลือกเพศได้อีกด้วยนะคะ เริดตรงนี้ ตรงจุดนี้มีเทพเจ้าหลายองค์มากๆ จะเลือกขอเรื่องเงิน เรื่องงาน ขอคนรักคู่ครอง ตรงนี้มีครบให้ทายกันว่า HappyLadyKugigg ขอพรกับองค์ไหนเป็นพิเศษ อ้อ!!!ที่นี่ยังมีการเดินข้ามสะพานต่ออายุด้วย ว่ากันว่าถ้าเดินข้ามไปแล้วจะมีอายุยืนขึ้นอีก 3 วัน(ตามความเชื่อ 3 วันบนโลกมนุษย์เท่ากับ 3 ปีบนสวรรค์นั่นเอง) แต่เดินข้ามไปแล้วห้ามข้ามกลับนะคะให้วนไปกลับอีกทางหนึ่ง

องค์นี้นี่แหละค่ะ เจ้าแม่กวนอิมที่คนนิยมมาขอลูกกัน

องค์นี้คือ เจ้าแม่ทับทิม เป็นที่นับถือของชาวประมง ตลอดจนนักเดินเรือที่ก่อนออกทะเลต้องมาขอพรจากท่าน

เดินข้ามสะพานต่ออายุ

องค์นี้ให้ทายจากเชือกสีแดง ว่าขออะไรท่านได้...............เฉลย "ขอคนรักคู่ครอง" จ้า

จากนั้นเราก็นั่งรถขึ้นไปยังจุดชมวิวยอดเขาวิคตอเรีย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง
เพื่อจะดื่มด่ำกับแสงแดด และกินลมชมบรรยากาศสวยๆไปพร้อมกัน (ร้อนแต่วิวสวย สู้ตายค่ะ)

บ้านนี้มากัน 3 คนพ่อแม่ลูก นุ้งนิ้ง มุ้งมิ้ง น่ารักมากๆ



ขาลง เรานั่งพีคแทรม ( Peak Tram) ลงมาข้างล่างค่ะ ตอนนั่งนี่ให้อารมณ์คล้ายๆนั่งรถไฟแต่มันดิ่งลงแบบไวมาก
ไอ่ที่เคยเล่นไวกิ้งตอนเด็กๆเป็นยังไง นั่นแหละค่ะ เสียวคล้ายๆกัน ยิ่งเรานั่งขาลงจากเขาด้วย สะใจสุดๆค่ะ
พีคแทรมถือเป็นพาหนะที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกงกันเลยทีเดียวเพราะเปิดให้บริการมานานถึง 127 ปี (แต่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยและปลอดภัยอยู่ตลอด)

พีคแทรมรุ่นแรกๆกับนักท่องเที่ยว

ขาลง นั่งจริง เสียวจริง ไม่ใช้สแตนด์อิน (ติดตามคลิปในเพจนะคะ ทุ่มเทสังขารมาก หัวแทบทิ่ม)

ตกบ่ายเป็นเวลาทองของสาวๆ เพราะไกด์พาพวกเราทั้งหมดไปเดินเล่นช้อปปิ้งที่ถนนนาธาน ลามไปถึงย่านจิมซาจุ่ย แต่ HappyLady Kugigg ไม่ได้มีเป้าหมายในการจับจ่ายใช้สอยเท่าไหร่ เลยเดินไปชมวิวตรงอ่าววิคตอเรียพีค
ยามกลางวันแทน

ครอบครัวนี้ มีผู้สูงอายุ 3 ท่านกับ ดอกเตอร์สาวเก่งอีกหนึ่งคน (ทริปนี้รวมตั้งแต่เด็กขวบกว่าๆไปจนถึงผู้สูงอายุ)

อ่าววิคตอเรีย ตอนกลางวันสวยไปอีกแบบ

มาถึงตรงนี้ รอเวลาเพื่อจะขึ้นเรือข้ามไปมาเก๊าค่ะ แต่ขอเอาไปเล่าต่อใน EP 2 เพราะที่มาเก๊ามีอะไรให้เม้าท์อีกเยอะ โปรดติดตามรีวิวทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า 4 วัน 3 คืน EP 2 เร็วๆนี้ค่ะ



7 Comment

  1. Login First

    Comment

Same from HappyLady Kugigg 's share

70
  • 0
  • 0
  • 566
68
  • 1
  • 4
  • 407
123
  • 1
  • 3
  • 340
127
  • 1
  • 3
  • 384
7
  • 0
  • 0
  • 572
  • 0
  • 0
  • 774
  • 0
  • 1
  • 392
105
  • 0
  • 3
  • 18211
  • 1
  • 3
  • 544869
Article
ตะลุยเตหะราน (อิหร่าน) อลังการงานเที่ยว
ibreak2travel: อิหร่าน (Iran)… ในห้วงความทรงจำของเพื่อนๆ เป็นแบบไหนครับ สำหรับผมประเทศนี้ปรากฏเข้ามาในห้วงความทรงจำของผมตั้งแต่สมัยยังเด็ก เรื่องราวที่ได้ยินไม่ได้โสภานัก เพราะเป็นข่าวการสู้…
  • 0
  • 0
  • 370
  • 2
  • 1
  • 63294
  • 0
  • 2
  • 366
17
  • 0
  • 1
  • 410
  • 0
  • 0
  • 181
Article
เสพไอดิน กลิ่นทะเล ที่ชิบะ ญี่ปุ่น Day 1
Billboard Daisy: ฝากลิ้งเที่ยวชิบะ ญี่ปุ่นด้วยจ้า
  • 0
  • 0
  • 122
28
  • 0
  • 1
  • 669
31
  • 0
  • 1
  • 2837
  • 0
  • 1
  • 3045
94
  • 0
  • 1
  • 1629
47
  • 0
  • 1
  • 277
8
  • 0
  • 0
  • 530
25
  • 0
  • 0
  • 313
25
  • 0
  • 0
  • 456

Keyboard Shortcuts: L OR F like

กลับสู่ด้านบน